วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562




NOTE 08 

20 SEPTEMBER 2019

วันนี้นำเสนอการทดลองต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว อาจารย์ยังคงให้คำแนะนำเพื่อแก้ไขและปรับปรุงข้อบกพร่อง ปรับปรุงให้ดีขึ้นค่ะ








                           กิจกรรมต่อไป แรงตึงผิวของน้ำ 
อาจารย์ให้นักศึกษาออกไปหาขวดน้ำดื่มที่มีขนาดเท่ากันทั้งหมด
จากนั้นอาจารย์ก้ได้ให้เอาขวดน้ำมาตัด ให้ทุกกลุ่มเอาน้ำใส่ขวดน้ำที่ตัดแล้วให้ปริ่มกับขอบแก้ว อาจารย์ได้ให้นักศึกษานำเหรียญบาทออกก่อน จากนั้นอาจารย์ก็ได้ให้นักศึกษานำเหรียญหย่อนลงไปเบาๆแล้วสังเกตว่าน้ำในแก้วมันล้นออกมาหรือไม่ อาจารย์ถามว่าถ้าใส่เหรียญจะต้องใส่เหรียญกี่เหนียญน้ำในแก้วถึงจะล้นและคาดว่าอีกกี่เหรียญ 
 กลุ่มดิฉันใส่ 7 เหรียญ น้ำไม่ล้นไม่เป็นไปตามสมมติฐาน จากนั้นอาจารย์ให้รวมกลุ่ม จาก 6 กลุ่มเป็น 3 กลุ่ม และตั้งไว้ว่าจะหย่อนเหรียญลงไปกี่เหรียญ อาจารย์ถาม คิดว่าจะใส่อีกเท่าไหร่ กลุ่มดิฉัน 35เหรียญ  ก็ยังไม่ล้น สุดที่ 50 เหรียญก็ยังไม่ล้น 

▶️▶️ แรงตึงผิว คือแรงต้านที่ผิวหน้าของของเหลว เป็นการเกาะติดระหว่างโมเลกุลที่ผิวของเหลว ของเหลวที่มีแรงตึงผิวสูง จะมีแรงเกาะติดระหว่างโมเลกุลมาก ทำให้ควบคุมรูปร่างให้มีพื้นที่ผิวต่อปริมาตรน้อยที่สุด เป็นทรงกลม ทรงหยด 



ทักษะทางวิทยาศาตร์ 

 ทักษะที่ 1 ทักษะการสังเกต (Observation)
ความหมาย : เป็นวิธีการหาข้อมูลโดยตรงจากการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้แก่ การดู การดม การฟัง การชิม และการสัมผัส ทั้งนี้โดยไม่ใส่ความเห็นหรือประสบการณ์เดิมของผู้สังเกตลงไป
ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตเป็น ข้อมูลเชิงประจักษ์ 

     ทักษะที่ 2 ทักษะการวัด (Measurement)
ความหมาย : เป็นการเลือกและการใช้เครื่องมือ ทำการวัดหาปริมาณของสิ่งต่าง  ออกมาเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้เหมาะสม และถูกต้อง โดยมีหน่วยกํากับเสมอ

 ทักษะที่ 3 ทักษะการจำแนกประเภท (Classification)ความหมาย : เป็นการจัดแบ่งหรือเรียงลำดับวัตถุหรือสิ่งของที่อยู่ในประสบการณ์ โดยมีเกณฑ์ซึ่งเกณฑ์นั้นอาจใช้ความเหมือนความแตกต่าง ความสัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
     
ทักษะที่ 4 การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา (Spacs / Spacs Reation and Space /Time Relation)ความหมาย : เป็นการจัดแบ่งหรือเรียงลำดับวัตถุหรือสิ่งของที่อยู่ในประสบการณ์ โดยมีเกณฑ์ซึ่งเกณฑ์นั้นอาจใช้ความเหมือน ความแตกต่างความสัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
    
แกมมาออริซานอล Gamma Oryzanol มีคุณสมบัติดังนี้
    
  ทักษะที่ 5 การคำนวน (Using Number)ความหมาย : เป็นการนับจำนวนของวัตถุและการนำตัวเลขแสดงจำนวนที่นับได้มาคิดคำนวน โดยการบวก ลบ คูณหาร หรือหาค่าเฉลี่ย

     
ทักษะที่ 6 การจัดทำและสื่อความหมายข้อมูล (Organizing Data and Communication)ความหมาย : เป็นการนำข้อมูลที่ได้รับจากการสังเกต การวัด การทดลอง และจากแหล่งอื่นๆ มาจัดกระทำเสียใหม่โดยการหาความถี่เรียงลำดับ จัดแยกประเภท หรือคำนวณหาค่าใหม่ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายของข้อมูลชุดนั้นดีขึ้น โดยการนำเสนอในรูปของตารางแผนภูมิ แผนภาพ ไดอะแกรม กราฟสมการ หรือการเขียนบรรยาย

     
ทักษะที่ 7 การลงความคิดเห็นจากข้อมูล (Inferring)ความหมาย : เป็นการเพิ่มความคิดเห็นให้กับข้อมูลที่ได้จากการสังเกตอย่างมีเหตุผลโดยอาศัยประสบการณ์เดิมมาช่วย

     
ทักษะที่ 8 การพยากรณ์ (Prediction)ความหมาย : เป็นการาดคะเนคำตอบล่วงหน้าก่อนทำการทดลอง โดยอาศัยประสบการณ์ที่เกิดซํ้า  หลักการ กฏหรือทฤษฎีที่มีอยู่แล้ว ในเรื่องนั้นมาช่วยในการสรุป เช่น การพยากรณ์ข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวเลข ได้แก่ ข้อมูลที่เป็นตาราง หรือ กราฟ ซึ่งทำได้ 2 แบบ คือ
1. 
การพยากรณ์ภายในขอบเขตของข้อมูล
2. 
การพยากรณ์ภายนอกขอบเขตของข้อมูล


     
ทักษะที่ 9 การตั้งสมมติฐาน (Formulating Hypothesis)ความหมาย : เป็นการคิดหาคำตอบล่วงหน้าก่อนการทดลอง โดยอาศัยการสังเกตความรู้และประสบการณ์เดิมเป็นฐาน

     
ทักษะที่ 10 การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (Defining Operation)ความหมาย : เป็นการกําหนดความหมายและขอบเขตของคำต่าง  ที่อยู่ในสมมติฐานที่ต้องการทดลองให้เกิดความเข้าใจตรงกันและสามารถสังเกตได้หรือวัดได้ โดยให้คำตอบเกี่ยวกับการทดลองและบอกวิธีวัด
ตัวแปรที่เกี่ยวกับการทดลองนั้น

     
ทักษะที่ 11 การกำหนดและควบคุมตัวแปร (Identifying and Controlling Variables)ความหมาย : เป็นการบ่งชี้ตัวแปนต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรที่ต้องควบคุมในการตั้ง สมมติฐานหนึ่งๆ

     
ทักษะที่ 12 การทดลอง (Experiment)ความหมาย : เป็นกระบวนการปฏิบัติงานเพื่อหาคำตอบจากสมมติฐานที่ตั้งไว้ในการทดลอง ซี่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่
1. 
การออกแบบการทดลอง
2. 
การปฏิบัติการทดลอง
3. 
การบันทึกผลการทดลอง

     
ทักษะที่ 13 การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป (Interperting Data and Making)ความหมาย : เป็นการแปลความหมายหรือบรรยายลักษณะข้อมูลที่มีอยู่ การตีความหมายของข้อมูล ในบางครั้งอาจต้องใช้ทักษะอื่น  ด้วย เช่น การสังเกต การคำนวน เป็นต้น และการลงข้อสรุป หมายถึง การสรุปความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมด การลงข้อสรุป สามารถทำได้ 2 ระดับ คือ
1. 
การสรุปในระดับแคบ คือ การสรุปให้อยู่เฉพาะกลุ่มตัวอย่างหรือสิ่งที่นำมาศึกษา
2. 
การสรุปในระดับกว้าง คือ การสรุปที่ออกนอกขอบเขตของกลุ่มตัวอย่างแต่เป็นการขยายกว้างไปสู่ประชากรหรือกลุ่มใหญ่ ข้อสรุปนี้มีความเชื่อถือได้น้อยกว่าแบบแรก

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มี 4 ขั้น 

1. ขั้นสังเกตเพื่อระบุปัญหา 
2. ขั้นตั้งสมมติฐาน
3. ขั้นการรวบรวมข้อมูล 
4. ขั้นสรุป 

VOCABULARY 

1. Process             กระบวนการ
2. Problem              ปัญหา 
3. Relations            ความสัมพันธ์
4. Editing               การแก้ไข 
5. Suggestion        คำแนะนำ










วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562




NOTE 07

13 SEPTEMBER 2019

วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาเตรียมอุปกรณ์มาทำการทดลองที่มาจากการเลือกภายในกลุ่มจาก 5 เรื่องในสัปดาห์ที่แล้ว ในหัวข้ออากาศ และเรื่องที่ได้เลือกจากบ้านวิทยาศาสตร์ก็คือ " สถานีเติมลม " 


วิธีการทดลอง

หลังจากได้นำเสนออาจารย์ได้ให้คำแนะนำ
• การตั้งสมมติฐาน เช่น หากครูนำแกเวน้ำจุ่มลงในน้ำ เด็กๆคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น (เป็นการตั้งสมมติฐานของครู ยังไม่เป็นเป็นการตั้งสมมติฐานของเด็ก) 
เด็ก : แก้วเปียกค่ะ/ครับ (เป็นการตั้งสมมติฐาน)
เราต้องนำเนื้อหาวิทยาศาสตร์มาแปลงเป็นการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์ให้เด็กได้เรียนรู้วิธีการ ขั้นตอน และได้ลงมือปฏิบัติเพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับเด็ก เราไม่ควรทำแค่การทดลองให้เด็กดูเฉยๆ เด็กจะไม่ได้ความรู้อะไรเลยจากการทดลองนี้ และเพื่อนได้นำเสนอเรื่อยๆแล้วมีการไปต่อในสัปดาห์หน้า


                       --------------------------------------------------------------------------------------------


ต่อไปอาจารย์ได้ให้นักศึกษานั่งตามกลุ่ม โดยอาจารย์แจกกระดาษกลุ่มละ 1 แผ่น ให้ช่วยกันวาดแหล่งน้ำที่ตนเองและเพื่อนๆรู้จักโดยไม่บอกชื่อและวาดโดยให้มีจุดเด่น จากนั้นจะให้เพื่อนทายว่าแหล่งน้ำที่เราวาดคืออยู่ที่ไหน








พอกิจกรรมวาดรูปเสร็จอาจารย์ได้แจกกระดาษหนังสือพิมพ์มาแจกให้นักศึกษากลุ่มละ 5 แผ่น โดยอาจารย์บอกว่า เมื่อมีแหล่งน้ำแล้วเราต้องสร้างที่กักเก็บน้ำโดยการให้สร้างแทงค์น้ำ โดยการใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ 5 แผ่น กาวหนังไก่ ความสูงต้องเกิน 5 ฝ่ามือ (ฝ่ามือกระดาษของอาจารย์ที่ทำมาให้)




เพื่อนๆทำได้อย่างแข็งแรงและการทดสอบความแข็งแรงก็ได้เริ่มขึ้น อาจารย์เลยนำ กระเป๋าดินสอวางใส่พานลงไปอีกชั้น เพื่อทดสอบความแข็งแรง ทุกกลุ่มผ่านไปได้ และอาจารย์ได้เพิ่มน้ำหนักขึ้น เป็นกระปุกกาว และขวดน้ำส้มสายชู และสุดท้าย ขวดน้ำส้มสาชูกับกระปุกกาวสองอย่างรวมกัน จะมีบางกลุ่มไม่แข็งแรงพอพี่จะรับน้ำหนักไหว 
แต่มีสองกลุ่มที่รับน้ำหนักไหวเกิดการแข่งขันกันอย่างสนุก 


VOCABULARY

1. Scientific skills          ทักษะทางวิทยาศาสตร์ 
2. Prepare                       เตรียมการ 
3. Equipment                  อุกรณ์ 
4. Improvement              การปรับปรุง
5. Hypothesis                  สมมติฐาน 









วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562




NOTE 06

4 SEPTEMBER 2019


วันนี้อาจารย์ ได้ให้นักศึกษาเรียนนอกตารางเพื่อให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มแล้วพิมพ์การทดลอง ที่ตนเองเลือกเป็นของตนเองแล้วนำมารวมกันเป็นรูปเล่มส่งอาจารย์ แล้วอาจารย์ได้ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มเลือกการทดลองมากลุ่มละ 1 การทดลอง(ที่อยู่ใน5เรื่องที่แต่ละคนเลือกไป) เพื่อที่จะมาเสนอทำการทดลองหน้าชั้นเรียนในสัปดาห์หน้า




VOCABULARY


1. Gathering                         การรวบรวม
2. divide into groups             แบ่งกลุ่ม
3. Selection                          การคัดเลือก
4. Decide                              ตัดสินใจ
5. Demonstration                  การสาธิต









วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2562



NOTE 05 

30 AUGUST 2019

วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาไปค้นคว้าหาการทดลองวิทยาศาตร์ 
สำหรับเด็กปฐมวัยมาคนละ 1 การทดลองโดยที่ไม่ซ้ำกัน


การทดลองของดิฉันคือ ถุงมหัศจรรย์



อุปกรณ์ : ถุงพลาสติก, ดินสอไม้แหลมๆ , น้ำ
การทดลอง :  นำถุงพลาสติกที่เตรียมไว้ใส่น้ำเปล่า และมัดปากถุง ใช้ดินสอไม้แทงทะลุถุงผ่านไปอีกด้าน จะสังเกตได้ว่าน้ำไม่รั่วแม้แต่หยดเดียว 
                         




คลิปวิดีโอการทดลอง
VOCABULARY
1. Experimentation            การทดลอง
2. Observe                        สังเกต
3. Resilient                        ยืดหยุ่น
4. Qualification                  คุณสมบัติ
5. Molecules                     โมเลกุล


วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562




NOTE 04 

24 AUGUST 2019

ศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่ งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ 
ที่ IMPACT Challenger Muang Thong Thani    Hall 6-12 



นิทรรศการประกอบด้วย
1. พระอัจฉริยภาพ “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และพระอัจฉริยภาพพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย และพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย
นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระบรมวงศานุวงศ์
2. นิทรรศการกลาง
นำเสนอประเด็นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่กำลังอยู่ในความสนใจของประชาชน หรือมีความสำคัญ มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่และการพัฒนาประเทศในอนาคต
ซึ่งควรสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนและเยาวชน โดยในปี 2562 มีนิทรรศการพิเศษ อาทิ
- นิทรรศการสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับเรื่องพลาสติก
- นิทรรศการปีแห่งตารางธาตุสากล
- นิทรรศการนิทรรศการมหัศจรรย์แห่งวิทยาศาสตร์เรื่อง Nikola Tesla ยอดนักวิทย์ผู้คิดเปลี่ยนโลก
- นิทรรศการ ๕๐ ปี Moon landing
- นิทรรศการความหลากหลายทางชีวภาพ
- นิทรรศการข้าว
- นิทรรศการพื้นที่นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ สู่ผลงานสิ่งประดิษฐ์ Engineering space
3. กิจกรรมวิทยาศาสตร์ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในแนวทางสะเต็มศึกษา
- กิจกรรมห้องทดลองวิทยาศาสตร์สำหรับครอบครัวและเยาวชน
- กิจกรรมลานประกวดแข่งขัน เครื่องบินกระดาษพับ
- กิจกรรมลานปลูกฝังปัญญาเยาว์ สำหรับพัฒนาทักษะกระบวนการคิดของเด็กก่อนวัยเรียน
ในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย
- ห้องฉายภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
- การแสดงทางวิทยาศาสตร์
- การประกวดแข่งขันตอบปัญหา มอบรางวัล
4. นิทรรศการศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย
- แสดงผลงานความก้าวหน้าด้านการวิจัย การประดิษฐ์คิดค้น นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกิจการด้านต่าง ๆ
ของประเทศ จัดแสดงโดยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ในประเทศไทย จากสถาบันวิจัย สมาคม สถาบันการศึกษา และกระทรวง ทบวง กรม
- ผลงานวิจัยของหน่วยงานวิจัยของกระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ กระทรวงกลาโหม และอื่นๆ
- โครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน โดยคลินิกเทคโนโลยีของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และมหาวิทยาลัยเครือข่าย
- ผลงานชนะเลิศเครื่องจักร เครื่องยนต์ และนวัตกรรมจากการประกวดเทคโนโลยีของไทย
- ผลงานดีเด่นด้านวิทยาศาสตร์ ของนักเรียน นักศึกษา นักวิจัย
- การเชิดชูเกียรติผู้บำเพ็ญประโยชน์ในสาขาวิทยาศาสตร์ ผู้ได้รับรางวัลพระราชทานประจำปี รวมทั้งผู้เป็นบุคคลตัวอย่างด้านวิทยาศาสตร์ เช่น นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ครูวิทยาศาสตร์ดีเด่น เป็นต้น
5. การประชุม สัมมนา และการถ่ายทอดเทคโนโลยี
ประกอบด้วยการประชุมระดับชาติและระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือ
เพื่อการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์และนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ ของประเทศและภูมิภาค


ดิฉันไปวันเสาร์คนยังคงเยอะมากก่อนเข้างานมีการลงทะเบียนรับแสตมป์ และดิฉันได้เช็คอินว่าอยู่ที่นั่นได้รับทั้งแผนที่งานและของรางวัลคือกระจกแบบพวงกุญแจ


ภายในงานมีบูทส์หลายบูทส์มากใหญ่มากเด็กๆมาดูกันก็เยอะมาก บูทส์แรกที่ดิฉันดูคือการทำฝนเทียม




ได้ไปถ่ายรูปในบูทส์แสงและเงา สีสวยมากเด็กๆต่างพากันมาถ่ายกันมากมาย สีเหมือนสีรุ้งพอเราไปยืนตรงนั้นเกิดเงาและสัรวมกันเป็นสีใหม่ดังรูปด้านบน



มีการวาดภาพสีลงบนถุงมือผ้าเป็นผลงานที่เกิดความน่าใช้เปลี่ยนถุงมือผ้าธรรมดาๆให้น่าใช้และสร้างรายได้ ได้อีกทางหนึ่ง
เด็กๆต่างตื่นเต้นและพากันศึกษางานวิทยาศาสตร์ พูดคุยกันอย่างมีความสุข





บูทส์ต่อไปคือ จุดกำเนิดของธาตุและตารางธาตุ
ในนั้นมีการเล่นเกมบิงโก


ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยอะไรบ้าง มีความซับซ้อนและเป็นกลไกในร่างกายของเราที่ทำงานอย่างเป็นระบบต่างทำหน้าที่ภายในตัวของมันเอง





ต่อไปคือโรงนาจำลองการปลูกข้าวและมีเครื่องสีข้าวแบบเก่าและแบบใหม่ให้ได้ชม มีการจำลองการไถนา มีเกมส์ต่างๆให้ได้ร่วมสนุก




ptt Gruop เปิดโลกปิโตเลียมเกี่ยวกับน้ำมันดิบ ,NGV

( ปิโตรเลียมคืออะไร เรามาทำความรู้จักปิโตรเลียมกัน ) 
ปิโตรเลียม เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอันสลับซับซ้อน ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในชั้นหินใต้พื้นผิวโลก มีธาตุที่เป็นองค์ประกอบหลักคือ ไฮโดรเจน และคาร์บอน ได้จากการสลายตัวของอินทรีย์สารจำนวนมาก ทับถมกันในหินตะกอน ภายใต้ความร้อนและความดันมหาศาล เมื่อนำมากลั่นจะได้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ก๊าซหุงต้ม น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา ยางมะตอย รวมทั้งเคมีภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ปุ๋ยเคมี
ยาปราบศัตรูพืช พลาสติก และยางสังเคราะห์ เป็นต้น

น้ำมันดิบ
น้ำมันดิบประกอบด้วยสารไฮโดรคาร์บอนชนิดระเหยง่ายเป็นส่วนใหญ่ แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด ตามคุณสมบัติและชนิดของไฮโดรคาร์บอน
ที่ประกอบอยู่ คือ 
  • น้ำมันดิบชนิดที่ไม่มีไขมาก (paraffin base) 
  • น้ำมันดิบชนิดที่มียางมะตอยมาก (asphalt/naphthenic base) 
  • น้ำมันดิบชนิดผสม (mixed base) เป็นน้ำมันดิบพื้นฐานชนิดผสมกันระหว่างชนิดมีไขมากและชนิดที่มียางมะตอยมาก 
           น้ำมันดิบโดยทั่วไปจะมีสีดำหรือสีน้ำตาล มีกลิ่นคล้ายน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูป
เมื่อน้ำมันดิบรวมอยู่กับน้ำ น้ำมันดิบจะลอยอยู่เหนือน้ำ 

แก๊สธรรมชาติ
โดยทั่วไปสามารถแบ่งหลักๆ ได้ 2 ประเภท ดังนี้
  1. Dry gas หมายถึงแก๊สธรรมชาติที่ไม่มีส่วนผสมของแก๊สธรรมชาติเหลว (condensate) มีแต่แก๊สมีเทนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้มีราคาสูงกว่าแก๊สธรรมชาติชนิดอื่นๆ
  2. Wet gas หมายถึง แก๊สธรรมชาติที่มีส่วนประกอบหลักเป็นพวกแก๊สธรรมชาติเหลว ได้แก่ โพรเพน บิวเทน เพนเทน และเฮกเซน แก๊สเหล่านี้จะกลายเป็นของเหลวได้ง่ายที่อุณหภูมิต่ำและความดันสูง ทาให้เกิดปัญหาในการขนส่งชนิดของก๊าซธรรมชาติ 
ก๊าซมีเทนใช้ประโยชน์เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม เป็นวัตถุดิบสาหรับการผลิตปุ๋ย และอัดใส่ถังใช้เป็นเชื้อเพลิงรถโดยสาร
เอ็นจีวี ( Natural gas for vehicles - NGV) อีเทน และโพรเพนใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied petroleum gas - LPG) ซึ่งประกอบด้วยโพรเพนและบิวเทน ใช้เป็นเชื้อเพลิงหุงต้ม เชื้อเพลิงสำหรับรถและอุตสาหกรรม
แก๊สโซลีนธรรมชาติ (Natural gas liquid - NGL) ส่งเข้าโรงกลั่นเพื่อกลั่นเป็นน้ำมันเบนซินแก๊สธรรมชาติ


เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟที่สุดคือ เครื่องทำน้ำอุ่น ใช้กำลังไฟฟ้าอยู่ที่ 2,500-12,000 วัตต์กันเลยทีเดียว


เป็นซากสัตว์ที่นำมาให้ได้ศึกษา


โครงกระดูกร่างกายมนุษย์,การเกิดเงา,การนำแสงไฟมาขดทับซ้อนจนเกิดเป็นมุมที่ได้เป็นภาพ
มีการบรรยายสารให้ความกันแดดว่าปัจจุบันและในประเทศไทยควรใช้ spf อยู่ที่เท่าไหร่ spf30 เหมาะกับประเทศไทยแล้วหากไม่ได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งที่บ่อยจนเกิดไป 



และสุดท้ายมีบูทส์ขายของต่างๆที่เด็กดูจะชอบมาก มีคนเข้าไปชมและซื้อกันค่อนข้างเยอะค่ะ


VOCABULARY


1. Origin                 แหล่งกำเนิด 
2. Refraction          การหักเหแสง 
3. Skeleton            โครงกระดูก
4. Carcass             ซากสัตว์ 
5. Artificial rain       ฝนหลวง,ฝนเทียม









วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562





NOTE 03

16 AUGUST 2019




วันนี้เรียนรวมกันเนื่องจากสัปดาห์หน้าอาจารย์ติดธุระจะได้ไม่เป็นการเสียเวลาเรียน




ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ของเล่นวิทยาศาสตร์เรื่องอากาศ (งานเดี่ยว) อาจารย์ได้ให้นักศึกษาไปหา ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องอากาศ (งานกลุ่ม)

มีหัวข้อดังนี้


เรื่องอากาศ

ที่มา

อากาศคือ  ส่วนผสมของก๊าซต่าง   และไอน้ำซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่  ก๊าซไนโตรเจน และก๊าซออกซิเจน  นอกนั้นเป็นก๊าซอื่น   ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนน้อย  อากาศมีอยู่รอบ   ตัวเราทุกหนทุกแห่ง  ทั้งบนยยอดสูงสุดของภูเขาและในที่จอดรถใต้ดิน  อากาศมีอยู่ในบ้าน  มีอยู่ในโรงเรียนและในรถยนต์  อากาศไม่มีสี  ไม่มีรสชาติ และไม่มีกลิ่น

ความสำคัญ มี8อย่าง
1.มีก๊าซบางชนิดที่จำเป็นต่อการมีชีวิตของมนุษย์ สัตว์และพืช
2.มีอิทธิพลต่อการเกิดปริมาณและคุณภาพของทรัพยากร
3ช่วยปรับอุณหภูมิในน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ 
4.ทำให้เกิดลมและฝน
5.มีผลต่อการดำรงชีวิต สภาพจิตใจและร่างกายและของมนุษย์ถ้าสภาพอากาศไม่เหมาะสม
6.ช่วยป้องกันอันตรายจากรังสีของดวงอาทิตย์
7.ช่วยเผาไห้ม วัตถุที่ตกมาจากฟ้าหรืออุกกาบาตให้กลายเป็นอนุภาคเล็กไป
8.ทำให้ท้องฟ้ามีสีสวยงาม 

การดูแลรักษา"สภาพอากาศ"
-งดหรือลดกิจกรรมที่ก่อมลสาร
ไม่เผาป่า ฟางข้าว หรือขยะมูลฝอย เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอน
-แก้ไข รถควันดำ เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอน-มอนอกไซด์
-อนุรักษ์ป่าไม้จะช่วยลดภาวะเรือนกระจก 
-ปรับเปลี่ยนวิธีการเผาขยะมาเป็นการนำขยะพลาสติกมารีไซเคิลใหม่

ลักษณะอากาศ (weather) เป็นเรื่องของความแปรปรวนของสภาพอากาศที่เกิดขึ้น  เวลาใดเวลาหนึ่งในช่วงสั้นๆ ซึ่งยากต่อการพยากรณ์ให้ถูกต้องแม่นยำ ในขณะที่ภูมิอากาศ (climate) เป็นการมองภาพรวมของสภาพอากาศในระยะเวลาที่ยาวกว่า จึงทำให้ความแปรปรวนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ถูกขจัดออกไป 

มลพิษทางอากาศ/โทษ

    1. ผลต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์

1.1 เกิดการเจ็บป่วยหรือการตายที่เป็นแบบเฉียบพลัน (acute sickness or death)      มีสาเหตุมาจากการที่ได้สัมผัสโดยการหายใจเอามลพิษทางอากาศที่ความเข้มข้นสูงเข้าสู่ปอด และในบรรดาผู้ที่เจ็บป่วยและตายนั้นมักจะเป็นพวกผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่ป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจหรือโรคเกี่ยวกับหัวใจอยู่แล้วมากกว่าคนกลุ่มอื่น 

1.2 เกิดการเจ็บป่วยที่เป็นแบบเรื้อรัง (chronic disease)      การเจ็บป่วยชนิดนี้เป็นผลเนื่องจากการได้สัมผัสกับมลพิษทางอากาศที่มีความเข้มข้นไม่สูงมากนักแต่ด้วยระยะเวลาที่นานมากพอ ที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพดังกล่าวได้ ที่พบบ่อย  ได้แก่ โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจต่าง 

1.3 เกิดการเปลี่ยนแปลงของหน้าที่ทางสรีระต่าง  (physiologycal functions)      ของร่างกายที่สำคัญได้แก่  การเสื่อมประสิทธิภาพในการทำงานทางด้านการระบายอากาศของปอด การนำพาออกซิเจนของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง การปรับตัวให้เข้ากับความมืดของตา หรือหน้าที่อื่น  ของระบบประสาท เป็นต้น
1.4 เกิดอาการซึ่งไม่พึงประสงค์ต่าง  (untoward symptoms)                                                                                     ตัวอย่างเช่น อาการระคายเคืองของอวัยวะสัมผัสต่าง  เช่น ตา จมูก ปาก เป็นต้น

1.5 เกิดความเดือดร้อนรำคาญ (Nuisance) ตัวอย่างเช่น กลิ่น ฝุ่น ขี้เถ้า เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลกระทบกระเทือนต่อความเป็นอยู่และจิตใจ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นที่เป็นสาเหตุของการโยกย้ายที่อยู่อาศัยเพื่อหลีกหนีปัญหาดังกล่าวก็ได้

  2. ผลต่อพืช

2.1 อันตรายที่เกิดกับพืช  หมายถึง ในกรณีที่มีมลพิษทางอากาศเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นอันตรายต่อพืชและอันตรายดังกล่าวนี้สามารถวัดหรือตรวจสอบได้โดยตรง เช่นPAN ทำอันตรายต่อสปองจี้เซลล์(spongy cells) O 3 ทำอันตรายโดยเท่าเทียมกันต่อเซลล์ทุกชนิดของใบ SO 2 ทำให้ใบของพืชสีจางลง ใบเหลืองเนื่องจากคลอโรฟีลล์ถูกทำลาย

2.2 ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพืช หมายถึง กรณีที่การเปลี่ยนแปลงอันวัดได้และทดสอบได้ของพืชซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากมลพิษทางอากาศ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประโยชน์ใช้สอยของพืชนั้น เช่น ดอกกล้วยไม้เป็นรอยด่าง มีสีจางลงเป็นจุด  เนื่องจากแก๊สอะเซทิลีน

3. ผลต่อสัตว์

 สัตว์จะได้รับสารมลพิษเข้าสู่ร่างกายโดยการที่หายใจเอาอากาศที่มีมลพิษปะปนอยู่ด้วยเข้าสู่ร่างกายโดยตรง หรือโดยการที่สัตว์กินหญ้า หรือพืชอื่น  ที่มีมลพิษทางอากาศตกสะสมอยู่ด้วยปริมาณมากพอที่จะเกิดอันตรายได้ มลพิษทางอากาศที่พบว่าทำให้เกิดอันตรายต่อปศุสัตว์มากที่สุด ได้แก่ อาร์เซนิกหรือสารหนู ฟลูออรีน ตะกั่ว และแคดเมียมเป็นต้น

4. ผลต่อวัตถุและทรัพย์สิน 

 โดยกลไกที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อวัตถุ ได้แก่ การขัดสีของฝุ่นทรายที่มีอยู่ในกระแสลมในบรรยากาศกับวัตถุต่าง  เช่น อาคาร สิ่งก่อสร้าง หรือสถาปัตยกรรม เป็นเวลานานก็จะทำให้วัสดุสึกกร่อน การตกตะกอนของอนุภาคมลสารลงบนพื้นผิวของวัตถุทำให้เกิดความสกปรก และวิธีการทำความสะอาดหรือกำจัดอนุภาคเหล่านั้นออกก็อาจทำให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ รวมทั้งการทำปฏิกิริยาเคมีและการกัดกร่อนระหว่างมลสารกับผิวของวัตถุก็อาจเกิดขึ้นได้เช่น ทำให้โลหะผุกร่อน ยางและพลาสติกเปราะและแตก ผ้าเปื่อยและขาด ผิวเซรามิกส์ด้าน 

อาจารย์ให้นั่งเข้ากลุ่มเพื่อค้นหาของเล่นจากอากาศ
นี่คือของเล่นที่กลุ่มดิฉันหามาได้ค่ะ 








หลังจากนั้นนำข้อมูลที่ได้ไปใส่ในกระดานความรู้นี้ค่ะ


VOCABULARY

1.Treatment                 การดูแลรักษา
2. Nuisance                 ความรำคาญ
3. Contamination         การปนเปื้อน
4. The influence           อิทธิพล
5. danger                     อันตราย






NOTE 15   22 NOVEMBER 2019 วันนี้เป็นการเรียนการสอนครั้งสุดท้ายอาจารย์ให้นักศึกษาที่ต้องแก้ไขในสัปดาห์ที่แล้วออกมานำเสนออีกครั้ง ...